อาเมอร์ ซากี้ หรือชื่อเต็มว่า "อาเมอร์ ฮัสซัน ซากี้" เกิดที่เมือง มานซูร่า ในประเทศอียิปต์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีม อัล-มานซูร่า ในลีกบ้านเกิด ด้วยวัยเพียง 17 ปีเจ้าตัวก็ก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ของทีมได้ในปี 2001 โดยจบฤดูกาลแรกแม้เจ้าตัวจะทำไปได้เพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น แต่หนึ่งในนั้นเป็นการทำประตูได้ในเกมที่ลงเตะฟุตบอลถ้วยพบกับ อัล ซามาเล็ก ยักษ์ใหญ่ของประเทศ แม้ท้ายที่สุดต้นสังกัดจะเป็นฝ่ายพ่ายไป 1-3 ก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากแมวมองของ อัล ซามาเล็ก ทันที

ในปี 2002 ชื่อของ อาเมอร์ ซากี้ ก็กลายเป็นที่รู้จักของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในประเทศขึ้นมาทันที หลังทำผลงานได้ดียิงช่วยทีมไปทั้งสิ้น 5 ประตู และทันทีที่สิ้นฤดูกาล อัล อาห์ลี , อัล อิสไมลี่ และ อัล ซามาเล็ก 3 ทีมชั้นนำของประเทศก็แสดงความสนใจที่จะคว้าตัวดาวยิงรายนี้ไปร่วมทีม แต่เจ้าตัวก็ตอบปฏิเสธไปพร้อมกับย้ายไปร่วมทีม อีเอ็นพีพีไอ ชนิดสร้างความตกตะลึงให้กับสื่อมวลชนในประเทศเป็นอย่างยิ่งกับการตัดสินใจครั้งนั้น

กับสโมสร อีเอ็นพีพีไอ แม้ฤดูกาลแรกเจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีนัก ทำประตูไปได้เพียงแค่ 5 ประตูในลีกเท่านั้น แต่เมื่อ ดาวยิงเจ้าของฉายา "เดอะ บูโดเซอร์" ปรับตัวเข้ากับทีมได้เจ้าตัวก็ยิงประตูได้ถึง 13 ลูก ช่วยทีมสร้างปรากฏการณ์เหลือเชื่อ ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มีการก่อตั้งสโมสรมา แถมจบฤดูกาลด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์บอลลีก ซึ่งนับเป็นอันดับที่ดีที่สุดตั้งแต่ลงแข่งขันมา

ในปี 2005 กองหน้าจอมถล่มประตูรายนี้ยังคงร้อนแรงไม่เลิกเมื่อซัดให้ต้นสังกัดในครึ่งฤดูกาลแรกไปได้อีก 9 ประตู และแน่นอนเมื่อผลงานในสโมสรดี ในเวลาไม่นานเจ้าตัวก็ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติชุดใหญ่พร้อมทั้งเป็นหนึ่งใน 23 นักเตะเข้าแข่งขันศึกฟุตบอล แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2006 ที่จัดขึ้นในบ้านตัวเองอีกด้วย

แม้ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวเจ้าตัวจะไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามมากนัก เนื่องจากศูนย์หน้าตัวจริงในยุคนั้นยังคงเป็น ฮอสซัม ฮัสซัน เจ้าของศูนย์หน้าชื่อก้องของประเทศ แต่เมื่อเจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงสนามเจ้าตัวก็ยังคงฉายแววเพชฌฆาตเช่นเดิม ดังจะเห็นได้จากในเกมที่ อียิปต์ พบกับ เซเนกัล ในเกมรอบรองชนะเลิศ โดยเกมนั้น อาเมอร์ ซากี้ ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายของครึ่งหลัง ขณะที่ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1 และในนาทีที่ 81 เจ้าตัวก็แผลงฤทธิ์ซัดประตูชัยให้กับทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พร้อมจบทัวร์นาเมนต์ด้วยตำแหน่งแชมป์ทวีป

หลังเสร็จศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ดาวยิงชาวมัมมี่ ได้รับความสนใจจากทั้ง โลโกโมทีฟ มอสโก จากรัสเซีย และ เอฟเซ น็องต์ จากฝรั่งเศส แต่เจ้าตัวก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม โลโกโมทีฟ มอสโก ยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ด้วยค่าตัว 3 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของเจ้าตัว เพราะตลอดทั้งฤดูกาลเจ้าตัวไม่เคยได้สัมผัสเกมลูกหนังเลยแม้แต่เกมเดียว

อัล ซามาเล็ก คือสโมสรที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการยืมตัวกลับมาเล่นกับทีมก่อนที่จะมีการซื้อตัวอย่างเป็นทางการในปี 2007 ด้วยค่าตัว 1.4 ล้านยูโร หลังสูญเสียความมั่นใจไปเกือบปี ในที่สุด ซากี้ ก็เรียกความั่นใจได้อีกครั้ง เจ้าตัวซัดประตูให้กับ อัล ซามาเล็ก ไปถึง 22 ประตู จากการลงสนาม 54 นัด พร้อมทั้งเป็นกำลังหลักในการป้องกันแชมป์ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2008 ได้อีกครั้ง โดยหลังจบทัวร์นาเมนต์ เจ้าตัวได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบเอ็ดผู้เล่นของรายการ จากผลงานการคว้ารางวัลรองดาวซัลโวไปครองด้วยจำนวน 4 ประตู เป็นรองเพียงแค่ ซามูเอล เอโต้ กองหน้าทีมชาติแคเมอรูนที่ทำได้ 5 ประตู เท่านั้น

และชีพจรก็ลงเท้าอีกครั้ง เมื่อ สตีฟ บรูซ กุนซือของ วีแกน แอธเลติก ให้ความสนใจในตัวของดาวยิงรายนี้ หลังเห็นผลงานครั้งพาทีมชาติของตัวเองคว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพได้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา การเจรจาเป็นไปด้วยดี โดยทาง วีแกน จ่ายเงินจำนวน 1 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญาแบบยืมตัวเป็นเวลา 1 ปี

เดฟ วีแลน เจ้าของทีม วีแกน แอธเลติก แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมากล่าวยกย่องผลงานของ อาเมอร์ ซากี้ กองหน้าทีมชาติอียิปต์ หลังจากยิงในลีกเมืองผู้ดีไปแล้ว 4 ลูกว่า ถอดแบบมาจาก อลัน เชียเรอร์ ตำนานนักเตะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนสูง, น้ำหนัก, รูปร่าง หรือแม้กระทั่งลีลาการถล่มประตู

วีแลน กล่าวต่อว่า "ในตอนที่สตีฟ พูดถึงเขา ผมคิดว่า "กองหน้าจากอียิปต์ น่ะหรือ? มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่" แต่ สตีฟ บอกกับผมว่า เขาครองสถิติยิงประตูได้เยอะที่สุดในเกมทีมชาติ ณ เวลานี้ และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมคิดว่า "จากอียิปต์ น่ะหรือ? ไม่นะ" แต่ สตีฟ คิดถูกแล้ว

"และในตอนที่คุณดูเขาเล่น เขามีความมั่นใจในตอนที่เขาได้บอล เขารู้ว่าควรจะยิงไปตรงไหน เขาไม่จำเป็นต้องชำเลืองมองเลยด้วยซ้ำ เขามีสัญชาตญาณที่ว่านี้อยู่ในตัว กองหน้าส่วนใหญ่มักจะมีสัญชาตญาณว่าควรจะยิงไปตรงไหน เขาสู้ และวิ่งพล่านไปทั่ว และเขาเป็นนักเตะที่สุดวิเศษ"

"คุณไม่สามารถอธิบายมันได้ คุณไม่สามารถใส่สัญชาตญาตให้กับใครต่อใครได้ แน่นอนว่า นักเตะส่วนใหญ่มีสัญชาตญาณ และ อลัน เชียเรอร์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีสัญชาตญาณอย่างล้นเหลือ และเด็กคนนี้ก็มีสัญชาตญาณแบบเดียวกัน เขามีศักยภาพในการทำประตู บางครั้งมันไม่มีสัญญาณอันตรายบ่งบอก แต่หลังจากนั้นก็มีเสียงดังอึกทึกครึกโครมตามมา และบอลก็จมอยู่ก้นตาข่ายแล้ว" เจ้าของทีมดังแห่งถิ่น เจเจบี สเตเดี้ยม ทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ดาวยิงชาวมัมมี่ ถือเป็นผู้เล่นระดับทีมชาติที่ทำประตูให้กับทีมชาติของตนได้มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2ของศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ต่อจากดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ดาวยิงทีมชาติบัลแกเรียของทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย ซากี้ ซัดไป 27 ประตู จากการลงเล่นทีมชาติอียิปต์ 48 นัด ในขณะที่เบอร์บาตอฟ ซัดไป 39 ประตูจาก 66 นัดให้กับ ทีมชาติบัลแกเรีย

และสำหรับทัวร์นาเม้นต์ระดับชาติครั้งล่าสุด ที่ทีมอียิปต์ มีคิวลงฟาดแข้งในศึก คอนเฟดเดเรชั่นคัพ ที่แอฟริกาใต้ ช่างเป็นที่น่าเสียดายสำหรับเขายิ่งนัก เมื่อซากี ได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ในเกมส์ที่พ่ายแอลจีเรีย 1-3 ต้องถอนตัวไปโดยปริยาย

นี่เป็นชอตหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับซากีเป็นอย่างมาก น้อยคนนักในฤดูกาล 2008/09 ที่จะยิงลิเวอร์พูลได้ทั้งเหย้าและเยือน ขนาดแมนยูยังทำไม่ได้เลย แต่เขาทำได้ และสร้างชื่อเสียงในลีกอังกฤษขึ้นมาในทันที

ปัจจุบัน ทีมวีแกนไม่ต่อสัญญายืมตัว หรือซื้อขาดตัวซากี ทำให้เขาต้องกลับไปอยู่กับต้นสังกัด อัล ซามาเล็ก เช่นเดิม แตด้วยอาการบาดเจ็บของเขา ทำให้เขาพลาดศึกคอนเฟดเดเรชั่นส คัพ 2009 ไปโดยปริยาย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *